Search for:
  • Home/
  • Games News/
  • คลังข้าวของโลกกำลังพังทลายเพราะโลกร้อน ซ้ำเติมวิกฤตอาหารโลก

คลังข้าวของโลกกำลังพังทลายเพราะโลกร้อน ซ้ำเติมวิกฤตอาหารโลก

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานข้อมูลอ้างอิงจาก ฟิตช์ โซลูชันส์ บริษัทให้คำปรึกษาด้านการเงินของสหรัฐรายงานว่าตลาดข้าวทั่วโลกกำลังประสบปัญหาขาดแคลน โดยมีปริมาณข้าวเหลืออยู่ที่ 8.7 ล้านตันซึ่งเป็นยอดของปี 2022/2023ต่ำสุดในรอบกว่า 20 ปี

ปัญหาโลกร้อนถูกยกให้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กระบวนการผลิตข้าวย่ำแย่ลง ในหลายประเทศที่อากาศร้อนจัดจนทำให้แห้งแล้งและขาดแคลนทรัพยากรน้ำ ส่วนบางประเทศก็เผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักจนทำให้เกิดน้ำท่วม เช่น ประเทศไทย ที่ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกข้าวอันดับต้นๆ ของโลก

คำพูดจาก สล็อต777

นักเคลื่อนไหวโลกร้อนย้อมน้ำพุเทรวีกลางกรุงโรมเป็นสีดำ

โลกร้อนอาจส่งผลเต่าหัวค้อนเปลี่ยนที่อยู่

เมื่อ “หิมะ” ถูกแทนที่ด้วย “กระบองเพชร” โลกร้อนกระทบสวิสหนัก

โดยนายอรรถชัย พูจาง เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่จังหวัดนนทบุรีของประเทศไทยบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องคือปัญหาใหญ่ที่ชาวนาหลายคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่บางปีก็แห้งแล้งจนทำลายนาข้าวก่อนถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวด้วยซ้ำ

ทั้งนี้นอกเหนือสถานการณ์ข้าวที่กำลังสั่นสะเทือนแล้ว ราคาของข้าวยังปรับตัวสูงขึ้นด้วย โดยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 17.30 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 100 ปอนด์ ซึ่งสูงกว่าราคาข้าวเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2020 ราคาที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อประเทศยากจนในหลายภูมิภาค เช่น ในแถบแอฟริกา บางส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ยังมีความกังวลจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ส่งผลทำให้อุณหภูมิน้ำในมหาสมุทรอุ่นขึ้น ซึ่งในแถบอเมริกาใต้จะเผชิญกับฝนตกหนัก และเอเชียจะเผชิญกับอากาศที่แห้งแล้งจัด

ด้านนายรวิสักก์ วนิชจักร์วงศ์ ผู้อำนวยการสมาคมส่งออกข้าวไทยบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญทำให้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีฝนน้อยลง ซึ่งในหลายประเทศอย่างอินโดนีเซีย หรือแม้แต่ในไทย ทั้งปีนี้และปีหน้า ทรัพยากรน้ำจะขาดแคลนและแน่นอนมันจะส่งผลต่อปริมาณการผลิตข้าวที่จะลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ

ส่วนประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นที่นำเข้าข้าวรายใหญ่เป็นอันดับสองรองจากจีน ได้รับผลกระทบจากพายุที่พัดขึ้นฝั่งที่ประเทศโดยเฉลี่ยกว่า 20 ลูกต่อปี ซึ่งนำพาความเสียหายให้แก่ประเทศอย่างมาก โดยกระทรวงเกษตรของฟิลิปปินส์รายงานมูลค่าความเสียหายของข้าวที่อยู่ในคลังซึ่งโดนพิษน้ำท่วมเมื่อปี 2022 พบว่าเสียหายไปทั้งสิ้น 37.6 ล้านเปโซ ซึ่งเมล็ดพันธุ์ข้าวเสียหายไปกว่า 25.4 ล้านเปโซ ขณะที่ปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้จะทำให้ฟิลิปปินส์กลับต้องเผชิญกับสภาพอากาศแห้งแล้งแทน ซึ่งก็ไม่ได้ให้ผลดีต่อข้าวในประเทศ

นอกเหนือจากปัญหาโลกร้อนที่เป็นสาเหตุสำคัญของตลาดข้าวทั่วโลก ยังมีอีกหนึ่งประเด็นคือสงครามความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน อย่างการจำกัดการส่งออกธัญพืช เช่น ข้าวโพด และข้าวสาลี จึงทำให้บางประเทศที่บริโภคทั้งสองอย่างนี้ ตัดสินใจมาบริโภคข้าวแทน จึงยิ่งทำให้ความต้องการเพิ่มสูงขึ้นไปอีก

ส่วนประเทศเวียดนามครองอันดับ 3 ของประเทศที่ส่งออกข้าวไปทั่วโลกในปี 2022/2023 ด้วยจำนวน 6,800 เมตริกตัน ในขณะที่อินเดียและไทยครองอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ แต่ทว่าเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐบาลเวียดนามประกาศแผนยุทธศาสตร์การส่งออกข้าวของเวียดนามฉบับล่าสุดระบุว่าจะปรับลดการส่งออกข้าวให้เหลือแค่ 4 ล้านตันภายในปี 2030 หรืออีก 7 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ด้วยภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นทำให้ค่าครองชีพสูงตามไปด้วย ประกอบกับสงครามความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ยังผลให้เกิดความไม่มั่นคงทางอาหาร เวียดนามจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในอนาคตด้วยการบริหารคลังอาหารของประเทศให้เพียงพอ อย่างไรก็ตาม เวียดนามยังตั้งเป้าปลูกข้าวเพื่อการส่งออกและเพื่อบริโภคภายในจำนวนที่น้อยลงแต่เพิ่มคุณภาพให้มากขึ้น

 คลังข้าวของโลกกำลังพังทลายเพราะโลกร้อน ซ้ำเติมวิกฤตอาหารโลก